เที่ยวอีสานและภาคอื่น

ถ้ำนาคากับตำนานปู่อือลือนาคราช จังหวัดบึงกาฬ

เหมือนจนทึ่ง! ชมความงดงามจากการสรรสร้างของธรรมชาติ ถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ

ถ้ำนาคา ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และอยู่ใกล้กับวัดถ้ำชัยมงคล การขึ้นไปเที่ยวถ้ำต้องเดินขึ้นบันไดสูงชันที่ทางอุทยานฯ จัดสร้างขึ้นไปกว่า 1,400 ขั้น ใช้เวลาเดินราว 1-1.30 ชั่วโมง เหตุที่ถ้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่า “ถ้ำนาคา” หรือ “ถ้ำพญานาค” เนื่องจากมีของหินและผนังถ้ำดูคล้ายพญานาค ที่มีรูปทรงคล้ายพญานาคหรืองูขนาดใหญ่นอนขดตัว โดยมีส่วนสำคัญ ๆ ทั้งส่วนหัว ลำตัว และเกล็ดพญานาค (ตามจินตนาการและความเชื่อของชาวบ้าน) โดย “อือลือราชา”หรือ “ปู่อือลือ” เทพบนสรวงสวรรค์ ที่ถูกสาปให้เป็นพญานาคปกครองเมืองบาดาล (เชื่อกันว่าคือบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ) ที่มีทั้งพญานาคและมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกัน ได้สาปบริวารพญานาคของตนให้กลายเป็นหินที่ถ้ำแห่งนี้เนื่องจากทำผิดจารีต เพราะไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ ซึ่งก็คือทำให้เกิดเป็นถ้ำนาคา หรือ ถ้ำพญานาค ที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา แห่งนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูลังกา 
โทรศัพท์: 0 4253 0766  เบอร์มือถือ. 08 4792 3505 เวลาเปิดทำการ: 08.00 -15.00 น.

        สำหรับถ้ำนาคานั้น มีตำนานเล่าขานมานานนับหมื่นปี แต่เดิมนั้นจังหวัดบึงการเคยเป็นราชธานีมาก่อนจากนั้นล่มสลายไป ซึ่งปู่อือลือเป็นเทพเจ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า จากนั้นก็ถูกสาปลงมาให้เป็นพญานาค เพื่อมาปกครองอยู่ที่เมืองบาดาลที่อยู่บริเวรน้ำโขงในเขตจ.บึงกาฬ ซึ่งที่นี่มีทั้งพญานาคและมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่เมืองบาดาลนี้ ต่อมาผู้คนในเมืองบาดาล ทั้งมนุษย์และพญานาค เกิดกิเลสสมสู่ชอบคอกันเอง เมื่อปู่อือลือพญานาคทราบเรื่อง ก็เกิดความโมโหให้กับบริวาร ที่ไปรักใคร่กับมนุษย์จากนั้นจึงสาปให้บริวารกลายเป็นหินอยู่ในถ้ำ โดยบริวารที่ถูกสาปนั้นก็มีอยู่ทั่วเมืองบึงกาฬ และมีอยู่หลายที่เพื่อให้ปกป้องมนุษย์ และหากจะให้พ้นจากคำสาปตำนานเล่าว่าบึงโขงหลงจะต้องกลับมาเป็นราชธานีอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ก็มีการตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬแล้ว ซึ่งนี่อาจจะถือเป็นการถอนคำสาปแล้วก็เป็นได้

           โดยเชื่อว่าตอนนี้ปู่อือลือก็ยังอยู่ที่ตำหนักที่บึงโขงหลง ซึ่งเป็นอีกที่หนึ่งที่อยู่ห่างจากวัดถ้ำชัยมงคลประมาณ 20 กิโลเมตร สำหรับที่ถ้ำนาคานั้น ก็มีนาคที่ถูกสาปให้กลายเป็นหินอยู่ 2 ตัว ลักษณะสองตัวอยู่ติดกัน ซึ่งก็โดนสาปมาหลายพันปี ถ้ำนาคาแห่งนี้ มีมานานแล้วแต่ชาวบ้านและคนในพื้นที่จะไม่ค่อยอยากให้เป็นที่รู้จักในหมู่มาก เพราะถ้าไม่ใช่บริวารของพญานาค ชาวบ้านก็เข้ามาไม่ได้ เพราะท่านไม่ให้เข้ามา ถ้าใครอยากเห็นพญานาคถึงเวลาของท่าน ท่านจะปรากฏให้เห็นเอง อย่างเช่นเวลานี้ ท่านอยากให้มนุษย์เห็น เกล็ดพญานาคก็จะเริ่มใหญ่ขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนขึ้นเขาภูลังกาอยู่ประจำ ก็จะเห็นเป็นเกล็ดเล็ก ๆ ไม่ใหญ่เท่าปัจจุบันนี้ ซึ่งตนคิดว่าคงถึงเวลาของพญานาคแล้วจริง ๆ

        พระอาจารย์ต้อง ญาณสังวโร เจ้าอาวาสวัดถ้ำชัยมงคล เคยเล่าว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่ตนจะมาประจำอยู่ที่วัดถ้ำชัยมงคลนี้ ตนก็นิมิตเห็นพญานาคตัวหนึ่ง ยาว 9 เมตร ตาแดงก่ำ ยืนอยู่บนหน้าผาของยอดเขาภูลังกา แต่เดิมนั้นที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ทรุดโทรม โดยพญานาคตัวดังกล่าวนี้ได้ขอร้องตนให้มาจำพรรษาที่ัวัดถ้ำชัยมงคล จากนั้นตนจึงบูรณปฏิสังขรณ์วัดดังกล่าว จนมีสภาพเหมือนในปัจจุบันนี้ ซึ่งตอนนี้วัดถ้ำชัยมงคล ก็มีพระสงฆ์อยู่จำนวน 3 รูป กระทั่งตนจำภรรษาที่วัดถ้ำชัยคล ได้ประมาณ 2 พรรษา ตนตั้งใจว่าจะลาวิกขา แต่ในระหว่างนั้นตนก็นิมิตเห็นพญานาคตัวเดิมมาบอกตนว่า “ขอนิมนต์หลวงพี่อยู่ต่ออีก อย่าพึ่งลาสิกขาเลย” จากนั้นมาตนจึงตัดสินใจไม่ลาสิกขา และอยู่จำภรรษาที่วัดถ้ำชัยมงคลมากว่า 10 ปี  ส่วนตัวแล้วก็มีความเชื่อเรื่องถ้ำนาคา และพญานาคราชว่ามีอยู่จริง แต่ด้วยหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ตนจึงไม่ได้แสวงหาเรื่องพวกนี้ ซึ่งนอกจากเรื่องของพญานาคแล้ว บนยอดภูลังกา ก็ยังมีเมืองบังบด และเมืองลับแลอยู่อีกด้วย

นอกจากนี้ด้านนอกของบริเวณถ้ำยังสามารถชมวิวความสวยงามของป่าไม้และทิวเขาได้ และยังมีจุดให้ไหว้พระขอพรทั้งพระพุทธรูปและพญานาคด้วย หากท่านใดสนใจที่อยากจะไปกราบไหว้และเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลตามที่ให้ไหวได้เลยและอย่าลืมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยค่ะ

ขอบคุณภาพถ่ายจาก เฟซบุ๊ก : Phontree Kaktoy 

แชร์ไปที่

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น